รีวิวหนัง Ouija: Origin of Evil – กำเนิดกระดานปีศาจ

By | May 22, 2020

เรื่องย่อหนัง

หนัง Ouija: Origin of Evil หรือชื่อไทยว่า เกิดบอร์ดภูติผี เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1965 ที่ลอสแอนเจลิส หญิงม่ายรวมทั้งบุตรสาวสองคน ซึ่งทำมาหาเลี้ยงชีวิตด้วยธุรกิจฉ้อโกงต้มตุ๋น ด้วยการติดต่อกับซาตานวิญญาณ เมื่อวิญญาณที่พวกเขาได้ชวนเข้าบ้านมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่ผี แต่ว่าเป็นอสุรกาย แล้วก็วิญญาณชั่วได้เข้าครอบครองบุตรสาวคนเล็ก ครอบครัวนี้ก็เลยจำเป็นต้องพบเจอกับความน่าน่ากลัวอย่างที่สุด แสดงนำโดย เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ขว้างร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนที่นาลีส บาสโซ รวมทั้ง ลูลู่ วิลสัน ผลงานควบคุมของ ไมค์ ฟลานาแกน จาก Oculus และก็ Before I Wake


หนัง Ouija: Origin of Evil หรือชื่อไทยว่า เกิดบอร์ดปีศาจร้าย Sequel to the 2014 horror film ‘Ouija’.

วิภาควิจารณ์ หนัง

Ouija Origin of Evil ต่อยอดจากความจำเจ ให้ออกมาน่าพอใจ

เป็นอีกหัวข้อที่ไม่คิดว่าจะเข็นภาคต่อ ที่เป็นภาคก่อน (ภาคแรก) ออกมาฉายได้ ผู้คนจำนวนมากก็หวั่นหวาดๆภายหลังจากมองเห็นแบบอย่างหนังแล้ว มุมกล้องถ่ายรูปเอ่ย โปรดักชั่นเอ่ย เพราะเหตุใดมันมองทุนต่ำราวกับหนังเกรดบีซะแบบนั้น นี่หรือหนังฉายโรง ยุคปี 2016

แต่ว่าพอเพียงหนังได้ออกฉายจริง ได้รับคำรีวิวไปในทางที่ดีหลากหลายจนถึงน่าเฝ้าดูเป็นครั้งแรก และก็พอเพียงบ้านพวกเราเข้าฉาย ผมก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปทดลองดู

ส่วนตัวก่อนดูมีการปรับโหมดตนเอง ทำการบ้านมาก่อนว่า ตัวหนังนั้น ที่มีมุมกล้องถ่ายรูปและก็โปรดักชั่นแบบหนังทุนต่ำ หนังเกรดบี เพื่อยกย่องหนังแนวๆนี้ ของสมัยก่อน โดยที่ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟคภาพกระจายๆและยังรวมไปถึงรอยวงกลมดำ ที่จะพบเวลาดูหนังผ่านการฉายด้วยระบบฟิล์มถ่ายรูป ก็มีการใส่เข้ามาเป็นระยะๆตลอดทั้งเรื่อง

ตัวหนังเองเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัว (เบื้องต้นหนังผีตามแฟชั่นจริงๆ) แต่ว่าด้วยโทนหนังที่เบาๆบิ้วความน่าสยองมากขึ้น พร้อมฉากตุ้งแช่ ที่หาจังหวะเหมาะสม รวมทั้งมีลูกเล่นกับผู้ชมเจริญ  จัดว่าสอบได้มากยิ่งกว่าภาคแรกซะอีก เรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยจนถึงไปถึงผลสรุปที่เชื่อมโยงกับภาคแรก ที่เป็นเรื่องราวที่เกิดภายหลังจากภาคนี้ ซึ่งทำออกมาเก็บเนื้อหาได้น่าพึงพอใจทีเดียว

โดยรวมตัวหนังยังคงมีความเนิบๆอยู่บ้างกลางทาง (ไม่มากมายเท่าภาคแรก) แต่ว่าก็สามารถจัดความตุ้งแช่ใส่ผู้ชมได้อย่างฉลาด (ไม่แป๊กแบบภาคแรก) ทำให้มองมีอะไรน่าติดตาม น่าดึงดูดอยู่บ้างจนกระทั่งทำให้ผู้ชมไม่เบื่อไปเสียก่อน ผมให้ 7/10 สำหรับภาคนี้